ตาบอดเรียนภาษากับคนอื่นไม่ได้จริงหรอ?

สาระสำคัญของการเรียนภาษาต่างประเทศคือการพัฒนาความสามารถในการใช้ภาษาอื่นนอกเหนือจากภาษาแม่ในการสื่อสาร กับผู้อื่น ทั้งนี้ความเข้าใจที่ตรงกันในการรับและส่งสารระหว่างกันนั้นมีความสำคัญ ยกตัวอย่างเช่นหากเราต้องการจะบอกว่า นกตัวหนึ่งกำลังบินอยู่บนท้องฟ้า ผู้รับและส่งสารจะต้องมีความเข้าใจพื้นฐานก่อนว่านกนั้นหมายถึงสิ่งใด จากนั้นจึงเรียนรู้ภาษาที่จะเป็นสื่อกลางในการอธิบายความเป็นนก ซึ่งมนุษย์ใช้วิธีการสองประการหลักๆในการส่งสารนั่นคือการพูดและการเขียน และใช้วิธีการฟังและการอ่านในการรับสารที่ผู้อื่นส่งมา

ในห้องเรียนภาษาต่างประเทศส่วนใหญ่มักใช้ภาพหรือสัญลักษณ์ในรูปแบบต่าง ๆ ในการส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งสำหรับคนตาบอดวิธีการดังกล่าวมีความยากต่อการทำความเข้าใจ อันเนื่องมาจากการทำความเข้าใจกับความหมายของภาพที่ถูกใช้เป็นสื่อนั้นอาจมีความคลาดเคลื่อนไปจากคนมองเห็น โดยเฉพาะหากภาพเช่นว่านั้นเป็นสิ่งที่คนตาบอดไม่เคยพบเจอมาก่อน ดังนั้นการทำความเข้าใจกับสิ่งต่าง ๆ ให้ตรงกับคนมองเห็นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ยกตัวอย่างหากคนตาบอดเคยสัมผัสกับยีราฟมาก่อน เมื่อมีการใช้ภาพของยีราฟในห้องเรียน ก็จะไม่เป็นเรื่องยากสำหรับคนตาบอดที่จะใช้ภาษาต่างประเทศในการอธิบายหรือทำความเข้าใจยีราฟ ตรงกันข้ามหากคนตาบอดไม่มีความเข้าใจมาก่อนว่ายีราฟคืออะไร ก็จะเป็นเรื่องยากในการที่จะเรียนรู้ยีราฟในภาษาต่างประเทศ กล่าวโดยสรุปในการสื่อสารนั้นคนตาบอดต้องรู้จักสิ่งที่ต้องการสื่อความหมาย และเข้าใจถึงความหมายของสิ่งที่ผู้อื่นต้องการอธิบาย ซึ่งวิธีการที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการเรียนรู้ก็คือการพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ กับเพื่อนที่เป็นคนมองเห็น เพื่อให้มีความเข้าใจที่ตรงกันกับคนทั่วไป เมื่อเข้าใจถึงความหมายของสิ่งต่าง ๆ ตรงกับคนทั่วไปแล้ว คนตาบอดก็จะสามารถสื่อสารได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

ปัญหาสำคัญประการหนึ่งของนักศึกษาตาบอดที่มักเกิดขึ้นในการเรียนภาษาต่างประเทศคือการอ่านเอกสารหรือหนังสือที่ใช้ประกอบการเรียนการสอนที่เป็นกระดาษ ซึ่งนักศึกษาตาบอดไม่สามารถอ่านได้ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่ออาจารย์ผู้สอนสั่งให้นักศึกษาทำแบบฝึกหัดลงในเอกสารประกอบการเรียน เช่นการเขียนเติมคำลงในบทสนทนา แล้วนำบทสนทนานั้นมาฝึกพูด นักศึกษาตาบอดที่อ่านเอกสารที่เป็นกระดาษไม่ได้ เขียนแบบฝึกหัดไม่ได้ จึงไม่สามารถฝึกหัดการพูดบทสนทนานั้นได้ ซึ่งอาจารย์ผู้สอนที่ไม่เคยมีประสบการณ์สอนนักศึกษาตาบอดมาก่อน ก็จะไม่เข้าใจว่าจะทำการเรียนการสอนอย่างไร ให้นักศึกษาตาบอดเข้าใจได้ หลายครั้งนักศึกษาตาบอดจึงถูกปฏิเสธในการเข้าชั้นเรียนภาษาต่างประเทศ

ถ้าเช่นนั้นนักศึกษาตาบอดก็ไม่สามารถเรียนภาษาต่างประเทศได้อย่างงั้นหรือ ย่อมไม่ใช่แน่นอน เพราะภาษาคือเครื่องมือในการสื่อสารของมนุษย์ ซึ่งมนุษย์ทุกคนสามารถเรียนรู้ที่จะใช้ภาษาเพื่อสื่อสารกับผู้อื่นได้ คนตาบอดไม่สามารถมองเห็น แต่สามารถได้ยิน ดังนั้นคนตาบอดจึงสามารถฟังและเรียนรู้ภาษาได้ ซึ่งเป็นวิธีพื้นฐานที่เราเรียนภาษาแม่ได้โดยธรรมชาติ กล่าวคือเราจะฟังและจดจำการออกเสียงรวมถึงความหมายของคำนั้นนั้นตั้งแต่เด็กๆ จากนั้นเราจะเริ่มสามารถสื่อสารกับผู้อื่นด้วยการพูด ซึ่งกระบวนการเรียนรู้ในลักษณะนี้คนตาบอดสามารถทำได้เช่นเดียวกับคนปกติ

ในส่วนของการอ่านและการเขียน ซึ่งเป็นการใช้สัญลักษณ์แทนการออกเสียงคำในภาษาต่าง ๆ เพื่อใช้ในการสื่อสาร คนตาบอดก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน ทำให้คนตาบอดสามารถอ่านข้อความที่คนปกติพิมพ์ลงในคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเป็นข้อความการแชทเฟส บทความบนอินเตอร์เนต หรือหนังสือเรียนออนไลน์ ดังนั้นหากในห้องเรียนภาษาต่างประเทศมีเอกสารในรูปแบบไฟล์ซึ่งในการพิมพ์เอกสารแจกให้กับนักศึกษาทั่วไปจะมีไฟล์อยู่แล้ว อาจารย์ผู้สอนสามารถส่งไฟล์นั้นให้กับนักศึกษาตาบอดได้โดยที่ไม่ต้องมีขั้นตอนพิเศษนอกเหนือไปจากการพิมพ์หนังสือหรือเอกสารประกอบการเรียนให้กับนักศึกษาคนอื่น ๆ  ซึ่งนักศึกษาตาบอดสามารถอ่านไฟล์นั้นในคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ตของตนเองได้ หรือหากนักศึกษาที่ต้องการอ่านอักษรเบรลล์ก็สามารถนำไฟล์ส่งให้กับศูนย์บริการนักศึกษาพิการผลิตให้ สำหรับการเขียนแบบฝึกหัดหรืองานที่อาจารย์ผู้สอนกำหนดให้ทำในห้องเรียน นักศึกษาตาบอดก็สามารถพิมพ์ผ่านคอมพิวเตอร์ของตนเองส่งให้อาจารย์ได้ทันที

อย่างไรก็ตาม นักศึกษาตาบอดจำเป็นจะต้องแจ้งให้อาจารย์ผู้สอนทราบซึ่งวิธีการเรียนของตัวเองเพื่อให้อาจารย์มีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับนักศึกษาตาบอด และจัดการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม เช่นการใช้ภาพประกอบในบทเรียน อาจารย์ผู้สอนสามารถกำหนดให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนกับนักศึกษาตาบอด อธิบายรูปให้ฟัง ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทั้งนักศึกษาตาบอดที่จะเข้าถึงบทเรียน และนักศึกษาในชั้นเรียนในการฝึกพูดและใช้คำศัพท์ต่าง ๆ ทั้งนี้ในการสนับสนุนให้นักศึกษาตาบอดสามารถประสบความสำเร็จในการเรียนภาษาต่างประเทศ จำเป็นจะต้องให้นักศึกษามีส่วนร่วมกับห้องเรียนให้ได้มากที่สุด และนักศึกษาจะต้องไม่เป็นผู้รับความช่วยเหลือจากอาจารย์หรือเพื่อนร่วมชั้นเพียงอย่างเดียว แต่ควรเป็นการมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

AUTHOR :
the guidelight team

รุ่นพี่สุดเกรียนที่ยินดีช่วยเพื่อนๆและน้องๆทุกคนให้จบ 4 ปี โดยเฉพาะน้องนักศึกษาตาบอด มีปัญหาเรื่องเรียนปรึกษาพี่ แต่เรื่องอกหักรักคุด หัวใจใครก็หัวใจมัน กระผมช่วยไม่ได้จริงๆ