Interview : ชีวิตเด็กแลกเปลี่ยน 4 ประเทศกับมุมมองที่ต่างจากเดิม

gun
จากเป้าหมายเล็กๆที่ตั้งไว้กับตัวเองว่าอยากลองไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศสักครั้ง วันนี้ กันต์ปริญญา ประมวลวรกิจ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ พระจอมเกล้าธนบุรี ได้เป็นตัวแทนเยาวชนเดินทางไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศแล้ว 4 ประเทศ ประสบการณ์ในการท่องโลกกว้างได้ลับมุมมองความคิดของเขาให้เฉียบคมขึ้นและหันมาตั้งคำถามกับตัวเองว่าจะทำอะไรได้บ้างเพื่อให้ประเทศไทยพัฒนามากขึ้น

gun1
gun4

อะไรเป็นประตูบานแรกสู่ชีวิตนักเรียนแลกเปลี่ยน?

กันต์จบโรงเรียนสาธิตบ้านสมเด็จ และเข้าเรียนต่อที่วิศวะนานาชาติบางมด ตอนที่อยู่ปี 1ยังไม่เปิดอาเซียน อีก 5-6 ปี จะเปิดอาเซียน เราคิดว่าอังกฤษสำคัญ ตอนนั้นภาษาอังกฤษง่อย ตอนปี 1 เทอม 2 เรารู้จักกองกิจการนานาชาติ อยากฝึกภาษาก็เลยสมัครเป็นบัดดี้นักศึกษาต่างชาติมหาลัย เราก็ไปกินข้าว พูดคุยกับเค้า ให้คำแนะนำต่างๆ  และเราบังเอิญรู้จักพี่คนนึงเคยไปแลกเปลี่ยนที่อังกฤษ เราก็ตั้งเป้าหมายว่าอยากไปแลกเปลี่ยนบ้าง จนตอนนี้กันต์ไปแลกเปลี่ยนมาแล้ว 4 ประเทศ ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา

ประสบการณ์ครั้งแรกของเด็กแลกเปลี่ยน รู้สึกอย่างไรบ้าง?

มหาลัยเปิดโครงไปแลกเปลี่ยนที่ไต้หวันโดยให้ทุนครึ่งหนึ่ง เราออกเองครึ่งหนึ่ง เราก็กรอกใบสมัครและสัมภาษณ์ปรากฎว่าได้ ตอนไปที่นั่นเราได้รู้จักกับคนไต้หวัน 5 คน เพื่อนดูแลเราดีมาก จนเรากลับมา เราอยากทำอะไรดีๆแบบที่เราได้รับบ้าง เราก็เลยเป็น Ambrassador มีหน้าที่ต้อนรับคณาจารย์ต่างชาติ คอยพาเค้าชมมหาลัย แนะนำสถานที่ต่างๆให้รู้จัก หลังจากนั้นเราก็ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับทุนไปแลกเปลี่ยนเรื่อยๆ จนเราไป Shibaura ญี่ปุ่น 2 สัปดาห์ ไปทำวิจัย และอีกที่นึงเราไปเกาหลี คราวนี้ไปเดือนครึ่งเลย

gun5เริ่มจากไปแลกเปลี่ยนโซนเอเชีย เราได้ทุนไปแลกเปลี่ยนที่อเมริกาได้อย่างไร?

ปี 3 เทอม 2 ก็รู้จักกับ Yseali จากน้องรหัส บอลเคยไปแลกเปลี่ยนอเมริกา ค่ายแรกที่เราเข้าร่วมเป็น  leadership training ที่มหาลัยอัสสัมชัญ มันเป็นประตูสู่อเมริกา มันเป็นก้าวแรกที่มีความหมายกับกันต์มาก คือเราเริ่มสร้างคอนเนคชั่นในนั้น เรารู้จักกับคนจัดค่าย และหลังจากนั้นในฐานะคนที่เป็นประธานชมรม เราเชิญสถานทูตอเมริกามาให้ความรู้เกี่ยวการเรียนต่อ การทำวีซ่า หลังจากนั้นเมื่อสถานทูตมีทุนไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา 5 สัปดาห์ที่ Massachusetts University เราก็สมัครและได้

จากการไปแลกเปลี่ยนหลายครั้งเราได้มุมมองอะไรบ้าง?

ทั้ง 4 ประเทศที่กันต์ไปมามีอย่างนึงที่เหมือนกันมากๆคือการคิดถึงคนอื่นก่อน ก่อนจะทำอะไรคิดว่ามีผลกระทบต่อคนอื่นมั้ย เช่นการทิ้งขยะมันมีผลกระทบต่อสังคม ต่อคนอื่น เพราะคิดว่าถ้ามีคนทิ้งขยะชิ้นแรกชิ้นสองจะตาม คิดถึงคนอื่นเยอะมาก ก่อนจะคิดถึงตัวเอง อีกเรื่องนึงคือ เราได้เห็นว่าเด็กประเทศพัฒนาแล้วเขาต่างจากเรายังไง เด็กที่นู่น ตรงต่อเวลา สังคมในห้องเรียนต่างกันมาก ในห้องเรียนเขาพูดภาษาอังกฤษเพราะมีนักเรียนต่างชาติอย่างกันต์อยู่ในห้องเรียน การให้เกียรติเราคือพูดภาษาอังกฤษ เค้าจะขอโทษก่อนถ้าจะพูดภาษาตัวเอง เรารู้สึกประทับใจ

gun3

หลังจากกลับมาเราใช้ชีวิตต่างไปจากเดิมมั้ย?

การได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น มันเปลี่ยนเราจนไม่เหมือนเดิม เพื่อนที่เราสนิทเมื่อก่อน ตอนกลางคืนไปกินเหล้ากินเบียร์ เราก็จะไปด้วย พอกลับมาเราก็ไปน้อยลง เรารู้สึกเราแปลกจากคนอื่น  เราสงสัยว่าทำไมเพื่อนมาไม่ตรงเวลา ทำไมไม่ฟังอาจารย์ ทำไมไม่ฟังเพื่อนเวลาพรีเซ้นท์ เมื่อเรามีความเห็นแตกต่าง เรากลายเป็นคนแปลก เขาคิดว่าเขาถูกเราผิด แต่สิ่งที่เขาทำไม่ถูกในบริบทสังคมโลก สิ่งที่กันต์ทำก็คือต้องหาคนที่คิดเหมือนกัน จับกลุ่มกับคนพวกนั้น เพื่อให้ความฝัน ให้passion ของเรายังอยู่

AUTHOR :
the guidelight team

รุ่นพี่สุดเกรียนที่ยินดีช่วยเพื่อนๆและน้องๆทุกคนให้จบ 4 ปี โดยเฉพาะน้องนักศึกษาตาบอด มีปัญหาเรื่องเรียนปรึกษาพี่ แต่เรื่องอกหักรักคุด หัวใจใครก็หัวใจมัน กระผมช่วยไม่ได้จริงๆ